Back to main page Go to shop now My webboard Gast Book ดิสคอฟเวอร์รี่ไทยแลนด์ รวมบทความ และ ประวัติศาสตร์ ทั่วไป เว็บบอร์ดเช็คพระ
การแยกประเภทของวัสดุที่มักนิยมนำมาสร้างเป็นพระเครื่องตามลักษณะโลหะวิทยา
เนื้อตะกั่วสนิมแดง
เนื้อนี้เกิดจากการผสมระหว่างตะกั่วกับเหล็กอ๊อกไซด์
และเนื่องจากเนื้อโลหะประเภทนี้เป็นตะกั่วโลหะหนักถึง
80% ส่วนอีก
20 % นั้นเป็นอ๊อกไซด์ของ
เหล็ก
ส่วนไขขาว เกิดจากอ๊อกไซด์ ของตะกั่ว
อัตราการผุกร่อนของเนื้อประเภทนี้ค่อนข้างยากกว่าเนื้อชินเงิน
เพราะมีเปอร์เซ็นต์ของตะกั่วมากกว่า
เนื้อตะกั่วเป็นโลหะที่เสถียรภาพแล้ว
และตามหลักเคมีคือเป็นยูเรเนียมตัวสุดท้ายของตารางธาตุ
ส่วนการแดงของสนิมในเนื้อนี้ขึ้นอยู่กับพื้นที่ และ
ที่สำคัญ ตัวแปรคือน้ำ ถ้าแหล่งไหนมีน้ำท่วมถึง
มักจะทำให้พระที่ทำจากโลหะนี้มีความแดงสูงมาก เนื่องจากน้ำเป็นตัวแปรสำคัญในการเกิด
Oxidation
ปฏิกิริยา การเกิดสนิมนั่นเอง
ตัวอย่างพระที่สร้างมาจากวัสดุประเภทนี้คือ พระร่วงหลังรางปืน
พระยอดขุนพลกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี
ชินเงิน
มิได้หมายความอย่างที่บางท่านเข้าใจว่า
ใส่เนื้อเงินลงไป แต่จริงๆแล้วก็คือ การเอาเนื้อตะกั่วและดีบุก มาผสมกัน
แต่มีเนื้อของดีบุกมากจึงทำให้ผิวออกขาวเหมือนผิวปรอท จึงแวววับจับตา
จึงทำให้เราท่านเรียกเนื้อพระประเภทนี้ว่าชินเงิน
สนืมความเก่าของเนื้อพระชนิดนี้จะระเบิด ปะทุตัวจากภายในสู่
ภายนอก เริ่มจากเล็กไปหาใหญ่ (หากท่านมีพระประเภทนี้โปรดหยิบขึ้นมาพิจารณาจะทราบความจริง )
ผิวดำเล็กๆบนผิวพระ เมื่อท่านสังเกตดูให้ดี
จะพบว่า
มิได้ดำเป็นปืน แต่ดำปะทุเหมือนเม็ดผด ส่วนที่ระเบิดใหญ่ขึ้นจะเป็นขุมๆและเป็นชั้นๆ
นี่คือลักษณะเฉพาะของชินเงิน ตัวอย่างของพระที่สร้างด้วยวัสดุชนิดนี้คือ
พระหูยานลพบุรี พระกระต่ายแกลบ พระเชตุพนหน้าโหนก
เชตุพนบัวคว่าบัวหงายเป็นต้น
ชินตะกั่ว
ชินตะกั่วเป็นเนื้อโลหะที่เกิดจากตะกั่ว
100% ไม่มีวัสดุอื่น หรือแร่โลหะอื่นใดปลอมปนอยู่เลย
เนื้อโลหะประเภทนี้มักอ่อนตัวง่าย จุดหลอมเหลวต่ำมาก เมื่อโดนสัมผัสผิวภายในขาวดุจเงินยวง สามารถขีดกระดาษติด
มักจะถูกนำเป็นถ้ำใส่ใบชา จึงมีชื่อว่า ตะกั่วถ้ำชา หรือ ตะกั่วดำ
และด้วยคุณสมบัติอ่อน
นุ่ม และเมื่อโดนสัมผัสจะขาวใส
ดุจเงินยวง และกลับดำอย่างรวดเร็ว เมื่อถูกอากาศ จึงถูกขนานนามว่าตะกั่วน้ำนม
เรามักจะพบตะกั่วชนิดนี้ในพระประเภท
คณาจารย์มากกว่า
พระกรุ อาทิเช่น หลวงปู่เนียมวัดน้อย จ.สุพรรณบุรี ,หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท ฯลฯ เนื่องจากเป็นโลหะ
ซึ่งหลอมละลายง่าย และขึ้นรูปง่าย
สะดวกต่อการทำพิมพ์ ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากในการสร้างพระเครื่อง
และตะกรุดของคณาจารย์ต่างๆ ตัวอย่างของพระที่สร้างด้วยวัสดุชนิดนี้คือ
พระร่วงหลังลิ่ม พระสังขจายเชียงแสน พระปรกโพธิ์เชียงแสน
และพระที่สร้างจากวัสดุเหล่านี้มักเป็นฝีมือช่างชาวบ้านที่มีลักษณะง่ายๆไม่ซับซ้อนการใส่ลวดลายหรือตบแต่งผิวและองค์พระ
รวมไปถึงการเขียนคำจารึก (จาร)สามารถทำได้โดยง่าย และไม่ซับซ้อนนัก
ชินเขียว
นั้นเกิดจาก
ตะกั่วกับสังกะสีและแมกนีเซียม เป็นเนื้อโลหะ ที่มีความเปราะมากกว่า
เนื้อตะกั่วชนิดอื่น เนื่องจากมีสังกะสี
สนิมที่เกิดขึ้นมักจะเป็นไข
ตามประสานักเลงพระ เรียกกันว่า
ไขไข่แมงดา ไขชนิดนี้จะเป็นลักษณะทับถม ดูแล้วเหมือนช้ำเลือกช้ำหนอง มองดูแล้วคล้ายไข่ของแมงดานา
ชินเขียวนี้
นักเลงพระยุคเก่าๆ
มักจะไม่ค่อยให้ความเชื่อถือมากนัก เนื่องจากมีการปลอมแปลงมานานกว่า 60
ปีมาแล้ว โดยใช้วิธีพิศดารล้ำลึก โดยการหมักกับยูเรีย
เนื่องด้วยสังกะสี จะมีปฏิกิริยารวดเร็วกับยูเรีย
ทำให้เกิดไขไข่แมงดาและการผุกร่อนเร็วขึ้น
ในปัจจุบันนี้ในวงการพระเครื่องยอมรับพระเนื้อชินเขียวกันมากขึ้นครับ
ตัวอย่างของพระที่สร้างด้วยวัสดุชนิดนี้คือ
พระรอดชินเขียวพะเยา พระมเหศวรชินเขียวเป็นต้น แต่ก็อย่างว่านะครับ
การเร่งปฎิกริยาผุกร่อนหรือการปลอมแปลงนั้นทำได้โดยง่ายก็ทำให้ความนิยมนั้นลดลงครับ
Back to main page Go to shop now My webboard Gast Book ดิสคอฟเวอร์รี่ไทยแลนด์ รวมบทความ และ ประวัติศาสตร์ ทั่วไป เว็บบอร์ดเช็คพระ